เปิดคู่มือดูแลนักเรียนทุนรัฐบาล 3 ระยะ ตั้งแต่ก่อนเดินทางไปต่างประเทศจนกลับมาชดใช้ทุน พร้อมสรุป 16 ทุน ม.6 ปี 2570
สำนักงาน ก.พ. ดูแลนักเรียนทุนรัฐบาลตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางไปศึกษา การติดตามผลการเรียนในต่างประเทศ ไปจนถึงการกลับประเทศไทยและปฏิบัติราชการชดใช้ทุน ขณะเดียวกัน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีทุนรัฐบาลสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายเปิดรับสมัคร 3 ประเภท รวม 16 อัตรา ระหว่างวันที่ 5–30 ตุลาคม 2569
1. การดูแลจัดการศึกษาของนักเรียนทุนรัฐบาล
ศูนย์จัดการศึกษาในต่างประเทศและบริหารความรู้ (ศกศ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) มีหน้าที่ดูแลการจัดการศึกษาของนักเรียนทุนรัฐบาลให้เป็นไปตามเงื่อนไขทุน สนับสนุนการดำเนินการด้านเอกสารและการเดินทาง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระหว่างศึกษา ติดตามให้สำเร็จการศึกษาตามโครงการ และดำเนินการส่งตัวเข้าปฏิบัติราชการชดใช้ทุนหลังสำเร็จการศึกษา กระบวนการแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ก่อนเดินทางไปศึกษา ระหว่างศึกษา และหลังสำเร็จการศึกษา
ระยะที่ 1 ก่อนเดินทางไปศึกษา
1. ตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิต
ผู้รับทุนต้องขอหนังสือนำตรวจจากหน่วยงานเจ้าของทุน และเข้ารับการตรวจ ณ สถานพยาบาลที่คณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. รับรอง ผลตรวจต้องผ่านการประเมินว่าสามารถเดินทางไปศึกษาต่างประเทศได้ และผลตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิตต้องมีอายุไม่เกิน 1 ปีนับถึงวันเดินทาง
หลักเกณฑ์และรายชื่อสถานพยาบาลตรวจสอบได้จาก เว็บไซต์สำนักงาน ก.พ.
2. จัดทำสัญญารับทุนและสัญญาค้ำประกัน
ผู้รับทุนต้องประสานแหล่งทุนหรือต้นสังกัดเพื่อนัดหมายทำสัญญา โดยเอกสารประกอบด้วยสัญญารับทุน สัญญาค้ำประกัน ตารางคำนวณวงเงินค้ำประกัน และโครงการศึกษาภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ผ่านการอนุมัติจากต้นสังกัดและแหล่งทุน จากนั้นจัดส่งสัญญาคู่ฉบับให้สำนักงาน ก.พ.
3. กรอกข้อมูลในระบบสารสนเทศนักเรียนทุนรัฐบาล
เมื่อได้รับรหัสจากเจ้าหน้าที่ ก.พ. ให้กรอกข้อมูลส่วนตัวใน ระบบสารสนเทศนักเรียนทุนรัฐบาล
4. เตรียมผลสอบภาษาอังกฤษ
กรณีเข้าศึกษาในหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษ ต้องใช้ผลสอบ TOEFL หรือ IELTS ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.พ. เผยแพร่ระบุ TOEFL iBT ไม่ต่ำกว่า 79 หรือ IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.0 ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะของทุนและสถานศึกษาที่สมัครด้วย
5. ขอหนังสือรับรองการเป็นนักเรียนทุนและสมัครสถานศึกษา
ผู้รับทุนต้องขอหนังสือรับรองการเป็นนักเรียนทุนจากแหล่งทุน แล้วสมัครเข้าศึกษาในสถานศึกษาตามโครงการที่ได้รับอนุมัติ
6. ส่งหนังสือตอบรับเข้าศึกษา
ต้องส่งหนังสือตอบรับให้สำนักงาน ก.พ. พร้อมผลคะแนนภาษาอังกฤษ โดยหนังสือตอบรับต้องเป็นแบบไม่มีเงื่อนไข (Unconditional Offer) และหลักสูตรต้องได้รับอนุมัติจากต้นสังกัดหรือแหล่งทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
7. ขอเอกสารทางการเงินและเอกสารประกอบการยื่นวีซ่า
ประสานเจ้าหน้าที่แหล่งทุนหรือ ก.พ. เพื่อขอหนังสือรับรองทางการเงินสำหรับยื่นต่อสถานศึกษา เมื่อได้รับเอกสารประกอบการทำวีซ่าจากสถานศึกษา เช่น DS-2019, COE, CAS หรือเอกสารอื่นตามระบบของประเทศปลายทาง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ก.พ. เพื่อขอหนังสือรับรองสำหรับยื่นวีซ่าต่อไป ผู้รับทุนต้องดำเนินการทำหนังสือเดินทางและวีซ่าด้วยตนเอง
8. จองตั๋วเครื่องบินและขอเบิกค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง
ส่งสำเนาหน้าหนังสือเดินทาง สำเนาหน้าวีซ่า และสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร พร้อมกรอกแบบฟอร์มขอเบิกค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง แบบฟอร์มขอจองตั๋วเครื่องบิน และแบบฟอร์มแจ้งข้อมูลการรับเงินโอนผ่านระบบ KTB Corporate Online รวมทั้งส่งปฏิทินการศึกษาเพื่อให้ตรวจสอบวันเปิดภาคเรียนและวันปฐมนิเทศภาคบังคับ
9. ดำเนินการลาศึกษาสำหรับข้าราชการหรือบุคลากรภาครัฐ
สำนักงาน ก.พ. จะมีหนังสืออนุมัติตัวบุคคลส่งไปยังหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้ดำเนินการเรื่องสัญญาลาศึกษาตามระเบียบราชการ ผู้รับทุนต้องทำสัญญาลาศึกษากับหน่วยงานต้นสังกัดให้ครบถ้วน
10. รายงานตัวก่อนเดินทาง
ผู้รับทุนต้องรายงานตัวทางอีเมลต่อเจ้าหน้าที่ ก.พ. พร้อมสำเนาตั๋วเครื่องบิน แบบฟอร์มรายงานตัวไปศึกษา ซึ่งติดรูปถ่ายหน้าตรง 1 รูป และแบบขอยืนยันไปศึกษา ณ ต่างประเทศ จากนั้นสำนักงาน ก.พ. จะแจ้งกำหนดการเดินทางให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในต่างประเทศ (สนร.) หรือสถานเอกอัครราชทูต (สอท.) ทราบ
ข้อควรระวัง: สำนักงาน ก.พ. ระบุว่าอนุมัติให้เดินทางก่อนวันเปิดภาคเรียนได้ไม่เกิน 10 วัน โดยตรวจสอบจาก Academic Calendar ของสถานศึกษา ผู้รับทุนต้องศึกษาสัญญาและเงื่อนไขทุนของตนเองให้ละเอียด ส่วนข้าราชการหรือบุคลากรภาครัฐต้องปฏิบัติตามระเบียบการไปศึกษาและการลาของทางราชการที่เกี่ยวข้อง
ระยะที่ 2 ระหว่างศึกษาในต่างประเทศ
1. รายงานตัวเมื่อเดินทางถึงประเทศที่ศึกษา
ต้องรายงานตัวต่อ สนร. หรือ สอท. ประจำประเทศนั้นในโอกาสแรกที่เดินทางถึง เพื่อให้หน่วยงานรับทราบสถานะของนักเรียนทุน
2. รายงานผลการศึกษาทุกภาคการศึกษา
ผู้รับทุนต้องรายงานผลการเรียนให้ สนร. หรือ สอท. ทราบทุกภาคการศึกษา เพื่อให้สามารถติดตามความก้าวหน้าตามโครงการทุนได้
3. ขออนุมัติก่อนดำเนินการเรื่องสำคัญ
หากประสงค์จะขยายเวลาศึกษา พักการศึกษาชั่วคราว กลับประเทศไทยเพื่อเยี่ยมบ้าน เดินทางออกนอกประเทศที่ศึกษา เก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์ หรือดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้อง ต้องยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน และได้รับอนุมัติจาก สนร. หรือ สอท. ก่อนดำเนินการ
4. รายงานตัวเมื่อกลับประเทศไทยระหว่างศึกษา
ทุกครั้งที่เดินทางกลับประเทศไทย ต้องกรอกแบบรายงานตัวกลับจากต่างประเทศ แนบหลักฐานตั๋วโดยสารเครื่องบิน และส่งอีเมลให้เจ้าหน้าที่ ก.พ. เมื่อเดินทางกลับไปยังประเทศที่ศึกษา ต้องรายงานตัวต่อ สนร. หรือ สอท. ในโอกาสแรกด้วย
5. ข้อกำหนดสำหรับข้าราชการหรือบุคลากรภาครัฐ
กรณีกลับประเทศไทยเพื่อเยี่ยมบ้านชั่วคราว ต้องไม่รายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงาน และต้องไม่ดำเนินการให้มีชื่อเข้าปฏิบัติงาน ณ หน่วยงานต้นสังกัด เพราะอาจทำให้สัญญาลาศึกษาสิ้นสุดลงและต้องกลับเข้าปฏิบัติราชการทันที
6. เตรียมเลือกหน่วยงานชดใช้ทุน
นักเรียนทุน ก.พ. ที่ยังไม่มีหน่วยงานต้นสังกัด ต้องส่งแบบแสดงความจำนงเลือกกระทรวงหรือกรมที่จะเข้าปฏิบัติราชการชดใช้ทุนก่อนสำเร็จการศึกษาประมาณ 6 เดือน เพื่อให้สำนักงาน ก.พ. ประสานหน่วยงานที่ประสงค์จะรับจัดสรรนักเรียนทุน
ระยะที่ 3 หลังสำเร็จการศึกษา
1. แจ้งกำหนดสำเร็จการศึกษาและเดินทางกลับ
แจ้งกำหนดสำเร็จการศึกษาและวันเดินทางกลับประเทศไทยให้ สนร. หรือ สอท. ทราบ เพื่อประสานสำนักงาน ก.พ.
2. เดินทางกลับประเทศไทยภายในกรอบเวลาที่กำหนด
ตามแนวทางที่สำนักงาน ก.พ. เผยแพร่ ผู้รับทุนต้องเดินทางกลับและรายงานตัวภายในกรอบเวลาตามประเภทและระยะเวลาการไปศึกษา ได้แก่ ไม่เกิน 20 วันสำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา/ฝึกอบรมเกิน 1 ปี ไม่เกิน 10 วันสำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา/ฝึกอบรมเกิน 6 เดือน ไม่เกิน 5 วันสำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา/ฝึกอบรมไม่เกิน 6 เดือน และไม่เกิน 2 วันสำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปดูงาน ทั้งนี้ ให้ตรวจสอบเงื่อนไขที่ใช้กับกรณีของตนเองก่อนดำเนินการ
3. รายงานตัวกลับต่อสำนักงาน ก.พ.
กรอกแบบรายงานตัวกลับจากต่างประเทศ แนบหลักฐานตั๋วโดยสารเครื่องบินและหลักฐานการศึกษา แล้วส่งอีเมลให้เจ้าหน้าที่ ก.พ.
4. บรรจุเข้าปฏิบัติราชการชดใช้ทุน
ผู้ที่จะบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญต้องส่งหลักฐานการศึกษาให้สำนักงาน ก.พ. พิจารณาคุณวุฒิก่อนเข้ารับการบรรจุ จากนั้นสำนักงาน ก.พ. จะส่งหนังสือแจ้งให้รายงานตัวต่อหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อดำเนินการบรรจุและคำนวณระยะเวลาชดใช้ทุน
สำหรับผู้ที่เป็นข้าราชการอยู่ก่อนเดินทางไปศึกษา ต้องรายงานตัวต่อหน่วยงานต้นสังกัดและกลับเข้าปฏิบัติราชการตามกรอบเวลาที่กำหนด หากกลับถึงประเทศไทยก่อนครบกรอบเวลาสูงสุด ต้องรายงานตัวและกลับเข้าปฏิบัติราชการภายในวันทำการถัดไป
สรุป: การรับทุนรัฐบาลไม่ได้สิ้นสุดเมื่อสำเร็จการศึกษา แต่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาและเงื่อนไขทุนอย่างต่อเนื่อง ผู้รับทุนควรเก็บเอกสารสำคัญ ติดต่อหน่วยงานผู้ดูแล และขออนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงแผนการศึกษา
สำนักงาน ก.พ. เปิดรับสมัครทุนรัฐบาลสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวม 16 อัตรา แบ่งเป็น 3 ประเภททุน ได้แก่ ทุนเล่าเรียนหลวง 9 ทุน ทุนรัฐบาลตามความต้องการของกระทรวงการต่างประเทศ 5 ทุน และทุนวิวัฒนไชยานุสรณ์ 2 ทุน โดยมีเป้าหมายสนับสนุนนักเรียนที่มีศักยภาพให้ศึกษาต่อระดับปริญญาและพัฒนาความรู้เพื่อกลับมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศ
ประเภทที่ 1 ทุนเล่าเรียนหลวง จำนวน 9 ทุน
ทุนเล่าเรียนหลวงแบ่งเป็น 3 หน่วยทุน รวม 9 อัตรา เป็นทุนรัฐบาลสำหรับนักเรียนชั้นปีสุดท้ายของหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้สมัครต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี ณ วันปิดรับสมัคร มีคะแนนเฉลี่ยสะสมรวมทุกภาคการศึกษาที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 3.50 และเมื่อสำเร็จการศึกษาต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.50 รวมทั้งไม่สอบตกในวิชาใดตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย และไม่อยู่ระหว่างรับทุนที่มีข้อผูกพันชดใช้ทุนหรือทำงานตอบแทนทุน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของทุน
อ่านประกาศฉบับเต็มได้ที่ ประกาศทุนเล่าเรียนหลวง ปี 2570
ประเภทที่ 2 ทุนรัฐบาลตามความต้องการของกระทรวงการต่างประเทศ จำนวน 5 ทุน
ทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมกำลังคนภาครัฐที่มีความสามารถสำหรับภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ โดยเปิดรับนักเรียนชั้นปีสุดท้ายของหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 5 อัตรา ผู้สมัครต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี ณ วันปิดรับสมัคร มีคะแนนเฉลี่ยสะสมตามเกณฑ์ที่กำหนด และไม่อยู่ระหว่างรับทุนที่มีสัญญาผูกพันชดใช้ทุนหรือทำงานตอบแทนทุน เว้นแต่ได้รับอนุญาต
สาขาวิชาและเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละหน่วยทุนให้ยึดประกาศรับสมัครฉบับเต็มเป็นหลัก ไม่ควรใช้รายชื่อสาขาหรือประเทศที่ไม่ได้ตรวจสอบจากเอกสารดังกล่าว
อ่านประกาศฉบับเต็มได้ที่ ประกาศทุนกระทรวงการต่างประเทศ ปี 2570
ประเภทที่ 3 ทุนวิวัฒนไชยานุสรณ์ จำนวน 2 ทุน
ทุนวิวัฒนไชยานุสรณ์เป็นทุนของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งขอความอนุเคราะห์สำนักงาน ก.พ. ในการสรรหาและเลือกสรรนักเรียนเพื่อกลับมาเป็นกำลังสำคัญของธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้รับทุนศึกษาต่อระดับปริญญาตรีตามหลักเกณฑ์ของทุน และธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาให้ศึกษาต่อระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกได้ หากมีผลการเรียนระดับปริญญาตรีอยู่ในระดับดี โดยจะกำหนดสาขาวิชา สถานศึกษา ประเทศ และเงื่อนไขการศึกษาต่อเนื่องหรือกลับมาทำงานก่อนตามการพิจารณาของธนาคารแห่งประเทศไทย
ผู้สมัครต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี ณ วันปิดรับสมัคร มีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.50 ทั้งในช่วงสมัครและเมื่อสำเร็จการศึกษา และไม่สอบตกในวิชาใดตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมทั้งต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเรื่องทุนอื่นที่มีข้อผูกพัน
อ่านประกาศฉบับเต็มได้ที่ ประกาศทุนวิวัฒนไชยานุสรณ์ ปี 2570
กำหนดการและช่องทางสมัคร
- วันรับสมัคร: 5–30 ตุลาคม 2569
- กลุ่มเป้าหมาย: นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีสุดท้ายของหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
- สมัครออนไลน์: ระบบรับสมัครสอบทุนรัฐบาล
- ดูภาพรวมทุน: เว็บไซต์สำนักงาน ก.พ. — ทุนสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย
- สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: 02-547-1151 หรือ 02-547-1152–58
ผู้สนใจควรอ่านประกาศฉบับเต็มของทุนที่ต้องการสมัคร ตรวจสอบคุณสมบัติ เอกสารประกอบ สาขาวิชา วิธีสอบ และข้อผูกพันหลังสำเร็จการศึกษาให้ครบถ้วนก่อนยื่นใบสมัคร เนื่องจากทุนแต่ละประเภทมีเงื่อนไขเฉพาะของตนเอง
