สถิตินักศึกษาเข้าใหม่ปีการศึกษา 2569 ภาคเรียนที่ 1 พบรวม 482,527 คน เป็นชาย 203,133 คน หญิง 279,394 คน มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีนักศึกษาเข้าใหม่มากที่สุด 39,492 คน ส่วนคณะบริหารธุรกิจครองอันดับหนึ่ง ขณะที่การประชุม IMF–World Bank ที่กรุงเทพฯ สะท้อนความท้าทายในการใช้ AI สร้างงานและพัฒนาทักษะคนรุ่นใหม่ มหาวิทยาลัยไทยต้องเร่งปรับหลักสูตรให้ทันโลกการทำงาน
นักศึกษาเข้าใหม่ 482,527 คน หญิงมากกว่าชาย 76,261 คน
ข้อมูลจากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรืออว.เผยจำนวนนักศึกษาเข้าใหม่ ปีการศึกษา 2569 ภาคการศึกษาที่ 1 ประมวลผล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 พบว่า มีนักศึกษาเข้าใหม่รวม 482,527 คน เป็นชาย 203,133 คน คิดเป็น 42.10% และหญิง 279,394 คน คิดเป็น 57.90% โดยนักศึกษาหญิงมากกว่าชาย 76,261 คน
ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลนักศึกษาเข้าใหม่ตามสถานภาพที่ระบุในฐานข้อมูล ไม่ใช่จำนวนนักศึกษาทั้งหมดที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยไทย
10 อันดับมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาเข้าใหม่มากที่สุด
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง — 39,492 คน
- มหาวิทยาลัยมหาสารคาม — 14,744 คน
- มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา — 13,942 คน
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — 11,820 คน
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน — 10,608 คน
- มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี — 9,627 คน
- มหาวิทยาลัยศรีปทุม — 9,455 คน
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ — 9,107 คน
- มหาวิทยาลัยบูรพา — 8,732 คน
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต — 8,660 คน
มหาวิทยาลัยรามคำแหงครองอันดับหนึ่งด้วยจำนวน 39,492 คน มากกว่ามหาวิทยาลัยมหาสารคามซึ่งอยู่ในอันดับสองถึง 24,748 คน
10 อันดับคณะที่มีนักศึกษาเข้าใหม่มากที่สุด
จัดอันดับโดยรวมยอดคณะที่มีชื่อเดียวกัน และรวมกลุ่มครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และหน่วยงานด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยกัน
- คณะบริหารธุรกิจ — 48,981 คน
- กลุ่มครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และหน่วยงานด้านการศึกษา — 40,200 คน
- คณะวิศวกรรมศาสตร์ — 30,499 คน
- คณะนิติศาสตร์ — 25,435 คน
- คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ — 24,491 คน
- คณะวิทยาการจัดการ — 23,724 คน
- คณะวิทยาศาสตร์ — 14,557 คน
- คณะรัฐศาสตร์ — 13,650 คน
- คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี — 13,341 คน
- คณะพยาบาลศาสตร์ — 11,994 คน
บริหารธุรกิจมีนักศึกษาเข้าใหม่มากที่สุด ตามด้วยกลุ่มครุศาสตร์–ศึกษาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ความนิยมในการเลือกเรียนไม่ใช่หลักประกันว่าบัณฑิตจะมีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน
เวที IMF–World Bank ที่กรุงเทพฯ ชี้โจทย์ AI กับการสร้างงาน
การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยประเด็นสำคัญครอบคลุมเศรษฐกิจโลก การจ้างงาน และการใช้ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพและพัฒนาทักษะแรงงาน
เวที “Small AI: More and Better Jobs” ของกลุ่มธนาคารโลกมุ่งพิจารณาการนำ AI ที่มีต้นทุนเหมาะสมไปใช้จริงเพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน เกษตรกรรมรายย่อย สาธารณสุขปฐมภูมิ ภาคการผลิต และการสร้างงานในชุมชน
ขณะเดียวกัน มีการกล่าวถึงการประเมินว่า AI อาจส่งผลกระทบต่องานทั่วโลกประมาณ 40% ตัวเลขนี้หมายถึงงานที่อาจได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยี ไม่ได้หมายความว่างานทั้งหมดจะหายไป
สาระสำคัญต่อภาคการศึกษาคือ การพัฒนาทักษะต้องเดินควบคู่กับเทคโนโลยี ทั้งการยกระดับความรู้เดิม การเรียนรู้ทักษะใหม่ และการเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลง
นักศึกษาไทยควรเลือกเรียนด้านใดในยุค AI
สาขาที่ควรพิจารณา ได้แก่ วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมซอฟต์แวร์และ AI วิทยาศาสตร์ข้อมูล วิศวกรรมศาสตร์และระบบอัตโนมัติ รวมถึงบริหารธุรกิจ การเงิน การตลาด โลจิสติกส์ สาธารณสุข เทคโนโลยีการแพทย์ เกษตรอัจฉริยะ และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม
ส่วนครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ยังมีบทบาทสำคัญในการผลิตครูและพัฒนาทักษะของประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะการออกแบบการเรียนรู้ที่ใช้ AI อย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ไม่มีสาขาใดรับประกันการมีงานทำได้โดยอัตโนมัติ นักศึกษาควรเลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจ พร้อมพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร ภาษาอังกฤษ และการใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ
มหาวิทยาลัยไทยต้องเร่งปรับหลักสูตร
สถิตินักศึกษาเข้าใหม่สะท้อนความนิยมในการเลือกเรียน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าหลักสูตรตอบโจทย์ตลาดแรงงานมากน้อยเพียงใด มหาวิทยาลัยจึงควรพิจารณาข้อมูลการมีงานทำ ความสอดคล้องระหว่างสาขาที่เรียนกับอาชีพ และสมรรถนะของบัณฑิตร่วมด้วย
แนวทางสำคัญ ได้แก่
- สอนทักษะ AI ทุกคณะ ให้ผู้เรียนรู้จักใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบและตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ได้
- ปรับหลักสูตรร่วมกับนายจ้าง ให้สอดคล้องกับความต้องการทักษะในตลาดแรงงาน
- เพิ่มการฝึกปฏิบัติจริง ผ่านโครงงาน การฝึกงาน และการแก้ปัญหาให้ภาคธุรกิจหรือชุมชน
- ส่งเสริมการเรียนข้ามศาสตร์ เพื่อให้บัณฑิตมีทั้งความรู้เฉพาะทางและทักษะดิจิทัล
- เปิดหลักสูตรระยะสั้นและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ช่วยให้ทั้งนักศึกษาและคนทำงานพัฒนาทักษะใหม่ได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
สถิตินักศึกษาเข้าใหม่ปี 2569 แสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยรามคำแหงมีนักศึกษาเข้าใหม่มากที่สุด ขณะที่บริหารธุรกิจเป็นกลุ่มคณะที่ได้รับความนิยมสูงสุด แต่ความท้าทายของมหาวิทยาลัยไทยในยุค AI ไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้เรียนเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่การผลิตบัณฑิตที่มีความรู้เฉพาะทาง ใช้เทคโนโลยีได้จริง คิดวิเคราะห์เป็น และพร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิต
มหาวิทยาลัยจึงต้องปรับหลักสูตรและวิธีการเรียนการสอนให้ทันกับโลกการทำงาน พร้อมสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บัณฑิตไทยสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในเศรษฐกิจยุค AI
- ชุดข้อมูล DS1001 จำนวนนักศึกษาเข้าใหม่ ปีการศึกษา 2569 ภาคการศึกษาที่ 1 ประมวลผล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569
- IMF — Annual Meetings 2026: https://www.imf.org/en/meetings/2026/annual
- World Bank — ข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับการประชุมประจำปี: https://www.worldbank.org/en/meetings
