ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง คืออะไร
รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเตรียมตัวสมัครทุนปี 2570
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เดินหน้าโครงการ “ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 เพื่อเปิดทางให้เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส แต่มีศักยภาพ ได้เรียนต่อสายอาชีพระดับสูงกว่าภาคบังคับจนจบหลักสูตรและมีงานทำ ปัจจุบันโครงการดำเนินมาถึงรุ่นที่ประกาศรับสมัครสำหรับปีการศึกษา 2569 แล้ว และคาดว่าจะเปิดรับรุ่นใหม่สำหรับปีการศึกษา 2570 ต่อเนื่องตามวงรอบเดิม
📌 สรุปสั้น ๆ ทุนนี้คืออะไร
- ทุนการศึกษาให้เปล่าจาก กสศ. สำหรับเด็กขาดแคลนทุนทรัพย์/ด้อยโอกาส ที่จะเรียนต่อสายอาชีพ
- รับสมัครนักเรียน ม.3, ม.6 หรือ ปวช.3 (หรือเทียบเท่า) เพื่อเรียนต่อ ปวช.ต่อเนื่อง ปวส., ปวส./อนุปริญญา หรือผู้ช่วยพยาบาล/ผู้ช่วยทันตแพทย์
- ได้รับค่าใช้จ่ายรายเดือน 6,500–7,500 บาท ต่อเนื่องจนจบหลักสูตร พร้อมค่าธรรมเนียมการศึกษาอัตราประหยัด
- สมัครผ่านสถานศึกษาสายอาชีพที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น ต้องติดตามประกาศรายชื่อสถานศึกษาจากเว็บไซต์ กสศ. ทุกปี
1. ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงคืออะไร
ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เป็นโครงการของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 โดยมีภารกิจหลักในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และพัฒนาคุณภาพกำลังคนของประเทศ
โครงการนี้มุ่งสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายอายุประมาณ 15–18 ปี ที่ครอบครัวมีรายได้น้อยและกำลังจะจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) หรือมัธยมปลาย/ปวช. ได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับสายอาชีพชั้นสูง ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ต่อเนื่องประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ไปจนถึงระดับอนุปริญญา หรือหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล/ผู้ช่วยทันตแพทย์ โดยได้รับทุนการศึกษาแบบให้เปล่าต่อเนื่องจนจบหลักสูตร ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาสายอาชีพที่เข้าร่วมโครงการให้กลายเป็นสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
แนวคิดหลักของโครงการสรุปได้เป็นวลีที่ กสศ. ใช้สื่อสารเสมอ คือ “สร้างคน สร้างโอกาส สร้างงาน” ซึ่งหมายถึงการสร้างกำลังคนสายอาชีพที่มีคุณภาพ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส และสร้างงานที่มั่นคงให้ผู้เรียนหลังสำเร็จการศึกษา
2. ทุนนี้มีประโยชน์อย่างไร
ต่อนักเรียน นักศึกษา
- ได้รับค่าใช้จ่ายรายเดือนต่อเนื่องตลอดหลักสูตร (ค่าครองชีพ ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน ค่าที่พัก)
- ได้รับการยกเว้นหรือลดค่าธรรมเนียมการศึกษาในอัตราประหยัด
- มีระบบดูแลช่วยเหลือจากสถานศึกษาตลอดเวลาที่รับทุน ลดความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษากลางคัน
- ได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพ การฝึกประสบการณ์กับสถานประกอบการจริง เพิ่มโอกาสมีงานทำหลังเรียนจบ
ต่อสถานศึกษา
- ได้รับงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน
- มีโอกาสพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถานประกอบการ ยกระดับสู่การเป็นสถาบันเฉพาะทาง
ต่อประเทศ
- ผลิตกำลังคนสายอาชีพที่มีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
- ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาข้ามรุ่น จากข้อมูลติดตามผลที่ผ่านมาพบว่า บิดามารดาของนักศึกษาทุนกว่าร้อยละ 85 จบการศึกษาต่ำกว่าภาคบังคับ แต่หากนักศึกษาทุนเรียนจบระดับ ปวส. จะมีมากกว่าร้อยละ 90 ที่จบการศึกษาสูงกว่าบิดามารดาของตนเอง
3. ประเภทของทุน และจำนวนเงินสนับสนุน
ปัจจุบันโครงการแบ่งทุนออกเป็น 8 ประเภทตามกลุ่มเป้าหมายและระดับการศึกษา (ตัวเลขอ้างอิงจากรอบปี 2569 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุด อัตราของปี 2570 อาจมีการปรับปรุงตามประกาศจริง)
| ประเภททุน | กลุ่มเป้าหมาย | ระดับการศึกษา | ค่าใช้จ่ายรายเดือน |
|---|---|---|---|
| ทุน 5 ปี (ทั่วไป และนวัตกรรมต่อเนื่อง) | นักเรียนชั้น ม.3 หรือเทียบเท่า | ปวช. ต่อเนื่อง ปวส./อนุปริญญา | 6,500 บาท/เดือน (3 ปีแรก) 7,500 บาท/เดือน (2 ปีหลัง) |
| ทุน 2 ปี (ทั่วไป / นวัตกรรมต่อเนื่อง) | นักเรียนชั้น ม.6 หรือ ปวช.3 หรือเทียบเท่า | ปวส./อนุปริญญา | 7,500 บาท/เดือน |
| ทุน 2 ปี สำหรับสถานศึกษาผลิตและพัฒนากำลังคนสายอาชีพระดับจังหวัด | นักเรียนที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดตัวแบบ (ม.6/ปวช.3) | ปวส./อนุปริญญา ในสาขาที่จังหวัดตัวแบบต้องการ | 7,500 บาท/เดือน |
| ทุน 1 ปี หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล/ผู้ช่วยทันตแพทย์ (ทั่วไป/นวัตกรรมต่อเนื่อง) | นักเรียนชั้น ม.6 หรือ ปวช.3 หรือเทียบเท่า | ประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล/ผู้ช่วยทันตแพทย์ 1 ปี | 7,500 บาท/เดือน |
| ทุนหลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล | ผู้สนใจเข้ารับการอบรมระยะสั้น | หลักสูตรระยะสั้น 6 เดือน (ไม่น้อยกว่า 510 ชั่วโมง) | 6,500 บาท/เดือน |
นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมการศึกษาจะเป็นไปตามอัตราประหยัดที่สถานศึกษาแต่ละแห่งเสนอไว้ในข้อเสนอโครงการ (Proposal) ต่อ กสศ.
4. คุณสมบัติของผู้สมัครขอรับทุน
คุณสมบัติทั่วไป
- กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.3, ม.6 หรือ ปวช.3 หรือเทียบเท่า และคาดว่าจะสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษาที่กำหนด หรือสำเร็จการศึกษามาแล้วไม่เกิน 2 ปี และได้รับการเสนอชื่อโดยคณะกรรมการ Thailand Zero Dropout ระดับจังหวัด
- เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือผู้ด้อยโอกาส โดยต้องมีหลักฐานและผู้รับรองตามที่กำหนด
- มีศักยภาพในการศึกษาต่อและมีความสามารถพิเศษ เข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ เกรดเฉลี่ยสะสม 5 ภาคการศึกษาไม่ต่ำกว่า 3.00 หรือเป็นนักเรียนทุนเสมอภาคแบบมีเงื่อนไข (top 30% ของชั้น เกรดไม่ต่ำกว่า 2.50) หรือมีความสามารถพิเศษด้านทักษะฝีมือ/สิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลภายใน 3 ปี (เกรดไม่ต่ำกว่า 2.50)
- มีความวิริยะ อุตสาหะ ตั้งใจเรียน มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนสายอาชีพ และไม่มีพฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
เกณฑ์ความขาดแคลนทุนทรัพย์
กสศ. พิจารณาจากรายได้เฉลี่ยของสมาชิกในครัวเรือนต่อคนต่อเดือน โดยเกณฑ์เบื้องต้นคือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน ร่วมกับวิธีวัดรายได้ทางอ้อม (Proxy Means Test: PMT) และข้อมูลสถานะครัวเรือน 8 ด้าน ได้แก่ ภาระพึ่งพิง การอยู่อาศัย ลักษณะที่อยู่อาศัย ที่ดินทำการเกษตร แหล่งน้ำดื่ม แหล่งไฟฟ้า ยานพาหนะ และของใช้ในครัวเรือน
เงื่อนไขเฉพาะสำหรับทุน 2 ปี ระดับจังหวัด
ผู้สมัครต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดตัวแบบ ได้แก่ กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา ภูเก็ต และสงขลา (หรือจังหวัดที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดดังกล่าวตามที่กำหนด) ไม่น้อยกว่า 3 ปีติดต่อกันจนถึงวันสมัคร และต้องพร้อมทำงานกับสถานประกอบการในพื้นที่จังหวัดตัวแบบอย่างน้อย 1 ปี หลังสำเร็จการศึกษา ส่วนทุน 1 ปี หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล/ผู้ช่วยทันตแพทย์ ที่มีความร่วมมือผลิตกำลังคนสาธารณสุขระดับจังหวัด กำหนดจังหวัดตัวแบบไว้ที่นครศรีธรรมราชและศรีสะเกษ
⚠️ ข้อควรระวังระหว่างรับทุน
- ห้ามกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ระหว่างรับทุน
- ห้ามรับทุนการศึกษาอื่นจากหน่วยงานภาครัฐที่มีลักษณะซ้ำซ้อนกับทุนของ กสศ. (ไม่รวมทุนพระราชทานหรือความช่วยเหลือจากภาคเอกชนที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว)
5. สาขาวิชาที่ให้การสนับสนุนทุน
โครงการกำหนดกลุ่มสาขาวิชา/สาขางานที่สนับสนุนไว้ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
- กลุ่มที่ 1 สาขาที่เป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 แบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเดิม (First S-curve) เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหาร และกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) เช่น หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ เคมีชีวภาพ ดิจิทัล เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์
- กลุ่มที่ 2 สาขาที่ขาดแคลนด้านสายอาชีพ เช่น ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ พนักงานให้การดูแล ปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ หรือสาขาที่ขาดแคลนเฉพาะในพื้นที่/จังหวัดที่สถานศึกษาตั้งอยู่
- กลุ่มที่ 3 สาขาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัล
จากข้อมูลผลการดำเนินงานระหว่างปี 2562–2566 ผู้รับทุนเลือกศึกษารวมกว่า 52 สาขา โดยกลุ่มสาขาที่มีผู้รับทุนมากที่สุด 8 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม บริหารธุรกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เทคโนโลยีสารสนเทศ ศิลปกรรม คหกรรม และผู้ช่วยพยาบาล ตามลำดับ
6. สถานศึกษาแบบไหนมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ
สถานศึกษาที่มีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอโครงการแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ (1) สถานศึกษาทั่วไป (2) สถานศึกษาผลิตและพัฒนากำลังคนสายอาชีพระดับจังหวัด และ (3) สถานศึกษานวัตกรรมต่อเนื่อง (เคยเข้าร่วมโครงการมาก่อนและมีผลการดำเนินงานผ่านเกณฑ์) โดยต้องเป็นโรงเรียน วิทยาลัย สถาบัน มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่มีอำนาจจัดการเรียนการสอนสายอาชีพ และได้รับการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัดหรือสภาวิชาชีพ
คุณสมบัติที่ กสศ. ใช้พิจารณาสถานศึกษาครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่
- ความพร้อมด้านบุคลากร ครูผู้สอนและครูนิเทศก์ที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์สอดคล้องกับหลักสูตร
- ความพร้อมด้านสถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้ที่ได้มาตรฐาน
- ความพร้อมด้านที่พักและระบบดูแลความเป็นอยู่ของผู้รับทุน
- ระบบบูรณาการการเรียนรู้กับการทำงาน (Work-Integrated Learning: WIL) ร่วมกับสถานประกอบการหรือภาคอุตสาหกรรม
- ความร่วมมือในการผลิตบุคลากรกับสถานประกอบการหรือสถานบริการสุขภาพ
แต่ละสถานศึกษายื่นขอรับการสนับสนุนได้ไม่เกิน 3–4 สาขางาน (ขึ้นอยู่กับประเภททุน) โดยต้องมีจำนวนผู้ขอรับทุนตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป และไม่เกิน 90 คนต่อสถานศึกษาโดยทั่วไป
7. ระเบียบและขั้นตอนการคัดเลือก
ฝั่งสถานศึกษา
- กสศ. ประกาศเปิดรับข้อเสนอโครงการ (Proposal) ผ่านเว็บไซต์ www.eef.or.th
- สถานศึกษาจัดทำและส่งข้อเสนอโครงการผ่านระบบออนไลน์ พร้อมเอกสารหลักฐาน
- กสศ. ตรวจสอบคุณสมบัติ และให้คณะผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาคัดเลือกแบบให้ทุนแข่งขัน (Competitive Grants)
- กสศ. ประกาศผลการคัดเลือก และจัดทำสัญญาภาคีร่วมดำเนินงานกับสถานศึกษาที่ได้รับคัดเลือก
ฝั่งนักเรียน นักศึกษา
- ติดตามประกาศรายชื่อสถานศึกษาสายอาชีพที่เข้าร่วมโครงการในปีนั้น ๆ จากเว็บไซต์ กสศ.
- สมัครและลงทะเบียนแสดงความจำนงผ่านสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการที่สนใจ
- กรอกใบสมัครและจัดเตรียมเอกสารประกอบการขอรับทุนให้ครบถ้วน
- สถานศึกษาประเมินศักยภาพ คัดกรองความยากจน และคัดเลือกผู้รับทุนอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น
- สถานศึกษาประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือก เปิดรับฟังข้อทักท้วงไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ ก่อนส่งรายชื่อให้ กสศ. และทำสัญญารับทุน
8. กำหนดการโดยประมาณสำหรับรอบปี 2570
โครงการดำเนินการเป็นวงรอบประจำปีต่อเนื่องกันมาหลายปี รอบล่าสุดที่ประกาศแล้วคือ “ปี 2569” ซึ่งเริ่มกระบวนการตั้งแต่ปลายปี 2568
🗓️ ไทม์ไลน์: รอบปี 2569 (จริง) เทียบกับรอบปี 2570 (ประมาณการ)
| ขั้นตอน | รอบปี 2569 (จริง) | รอบปี 2570 (ประมาณการ) |
|---|---|---|
| เปิดรับข้อเสนอโครงการจากสถานศึกษา | 24 ต.ค. – 14 พ.ย. 2568 | คาดว่าประมาณ ต.ค. 2569 |
| ประกาศผลสถานศึกษาที่ผ่านเกณฑ์ | ภายใน ธ.ค. 2568 | คาดว่าประมาณ ธ.ค. 2569 |
| เปิดรับสมัครนักเรียน/นักศึกษา | 13 ม.ค. – 15 ก.พ. 2569 | คาดว่าประมาณ ม.ค.–ก.พ. 2570 |
| สถานศึกษาคัดกรอง/คัดเลือกผู้รับทุน | ม.ค. – มี.ค. 2569 | คาดว่าประมาณ ม.ค.–มี.ค. 2570 |
| ประกาศรายชื่อผู้รับทุน/ทำสัญญา | เม.ย. 2569 | คาดว่าประมาณ เม.ย. 2570 |
| ปฐมนิเทศ/เปิดภาคเรียนที่ 1 | พ.ค. 2569 เป็นต้นไป | คาดว่าประมาณ พ.ค. 2570 |
กำหนดการปี 2570 เป็นการประมาณการจากแบบแผนปีก่อนหน้าเท่านั้น กสศ. อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
9. ข้อมูลสถิติที่ผ่านมาของโครงการ
จากรายงานผลการดำเนินงานโครงการระหว่างปี 2562–2566 (รุ่นที่ 1–5) พบข้อมูลสำคัญดังนี้
- จำนวนนักเรียนที่ได้รับทุนสะสมรวมทั้งสิ้น 11,611 คน จากภูมิลำเนา 77 จังหวัดทั่วประเทศ
- ผู้รับทุนมากกว่าร้อยละ 50 มาจากครอบครัวที่บิดาและมารดาไม่ได้อยู่ด้วยกัน
- บิดาและมารดาของนักศึกษาทุนกว่าร้อยละ 85.65 จบการศึกษาต่ำกว่าระดับภาคบังคับ แต่หากนักศึกษาทุนเรียนจบระดับ ปวส. จะมีมากกว่าร้อยละ 90 ที่จบการศึกษาสูงกว่าบิดามารดา
- ร้อยละ 79.75 ของนักศึกษาทุนทั้งหมดมีเกรดเฉลี่ยสะสมอยู่ในช่วง 3.00–4.00
- อัตราการออกจากการเรียนกลางคัน (Drop-out) อยู่ที่ประมาณร้อยละ 3
- จากการติดตามผู้รับทุนรุ่นที่ 1 ที่จบการศึกษาปี 2564 จำนวน 1,091 คน มีผู้ตอบแบบสอบถาม 867 คน พบว่ามีงานทำแล้ว 305 คน กำลังศึกษาต่อ 290 คน และอยู่ระหว่างหางานหรือมีแผนศึกษาต่อ 272 คน
- ผู้รับทุนเลือกศึกษารวมกว่า 52 สาขาวิชา
10. การเตรียมตัวสำหรับผู้สนใจสมัครทุนปี 2570
- ติดตามประกาศรายชื่อสถานศึกษาสายอาชีพที่เข้าร่วมโครงการบนเว็บไซต์ www.eef.or.th ล่วงหน้า ซึ่งปกติจะประกาศราวเดือนธันวาคมของปีก่อนหน้า
- รักษาระดับผลการเรียนให้เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.50–3.00 ตามเงื่อนไขของแต่ละประเภททุนที่สนใจสมัคร
- เตรียมเอกสารสำคัญล่วงหน้า ได้แก่ หลักฐานแสดงรายได้และสถานะครัวเรือน เอกสารรับรองความขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ผลการเรียนสะสม และหลักฐานความสามารถพิเศษหรือรางวัลต่าง ๆ (ถ้ามี)
- เลือกสาขาที่ตรงกับความสนใจและอยู่ในกลุ่มสาขาเป้าหมายของโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสได้รับการคัดเลือก
- ติดต่อฝ่ายแนะแนวของสถานศึกษาสายอาชีพที่สนใจ เพื่อสอบถามว่าเข้าร่วมโครงการในปีนั้นหรือไม่ และเปิดรับสาขาใดบ้าง
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตนเองไม่ได้อยู่ระหว่างกู้ยืมเงิน กยศ. หรือรับทุนการศึกษาอื่นที่ซ้ำซ้อนกับทุนนี้
- ติดตามข่าวสารผ่านเฟซบุ๊กเพจ “ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” และเว็บไซต์ eef.or.th อย่างต่อเนื่อง
11. ช่องทางติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
- เว็บไซต์: www.eef.or.th
- สายด่วน: 02-079-5475 กด 2
- อีเมล: contact@eef.or.th
หมายเหตุ: บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากประกาศอย่างเป็นทางการของ กสศ. รอบปี 2569 และรายงานผลการดำเนินงานโครงการปี 2562–2566 ประกอบกัน ส่วนกำหนดการและอัตราเงินสนับสนุนของรอบปี 2570 เป็นการประมาณการจากแบบแผนเดิม ผู้สนใจควรตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งก่อนดำเนินการสมัคร