
ทุกปีที่มีการประชาสัมพันธ์ “เพชรในตม” คนมักจำได้แค่ประโยคเดียวคือ “เรียนฟรี ที่พักฟรี บรรจุทันที” แต่น้อยคนจะรู้ว่าจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ไม่ได้มาจากงบประมาณแผ่นดินก้อนใหญ่ตั้งแต่แรก แต่มาจากการชกมวยการกุศลนัดพิเศษที่เวทีมวยลุมพินี และเงินบริจาคส่วนตัวของนายทหารคนหนึ่ง
ข้อมูลทั้งหมดต่อไปนี้อ้างอิงจากหน้าประวัติความเป็นมาอย่างเป็นทางการของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งเปิดเผยรายละเอียดที่ไม่เคยถูกหยิบมาเล่าในมุมนี้มาก่อน
เริ่มจากงบไม่พอ จึงต้องจัดมวยการกุศลหาทุน
ปี 2529 พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น มอบให้ศูนย์อาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จัดทำโครงการเพชรในตมขึ้น โดยประสานความร่วมมือกับ มศว รับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีภูมิลำเนาในหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ผลการเรียนดี แต่ครอบครัวยากจน เข้าเป็นนิสิตรุ่นที่ 1 จำนวน 29 คน ในปีการศึกษา 2529
วันที่ 5 มิถุนายน 2529 เมื่อแพลเอกประเทียบ เทศวิศาล ผู้อำนวยการศูนย์อาสาพัฒนาและป้องกันตนเองในขณะนั้น นำนิสิตรุ่นแรกเข้าเยี่ยมคารวะพลเอกอาทิตย์ ท่านได้บริจาคเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่งแสนบาทเป็นทุนเริ่มต้น และอนุญาตให้จัดตั้งเป็นกองทุนในชื่อ “กองทุนกำลังเอก (เพชรในตม)”
แต่เนื่องจากกองทุนที่ตั้งไว้ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายของโครงการ จึงมีการระดมทุนเพิ่มเติมด้วยการจัดแข่งขันชกมวยนัดพิเศษที่เวทีมวยลุมพินี ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2529 ซึ่งได้เงินบริจาคมาประมาณ 1,130,754.61 บาท ทำให้การดำเนินงานของโครงการคล่องตัวขึ้นกว่าเดิม
ต่อมาพลเอกอาทิตย์ยังบริจาคเงินส่วนตัวอีกกว่า 5 ล้านบาท เพื่อสร้างหอพักนิสิตโครงการเพชรในตมโดยเฉพาะ ขนาดรองรับนิสิตได้ 4 รุ่น รุ่นละ 30 คน รวม 120 คน ซึ่งวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2529 และนิสิตเริ่มเข้าพักตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2530 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
มติ ครม. ปี 2533: บรรจุครูโดยไม่ต้องสอบแข่งขัน
อีกจุดหนึ่งที่มักถูกเข้าใจแบบผิวเผินคือคำว่า “บรรจุทันทีหลังเรียนจบ” ซึ่งในความเป็นจริงมีที่มาจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2533 ที่อนุมัติในหลักการโครงการเพชรในตมตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอ โดยกำหนดให้บรรจุบัณฑิตโครงการเพชรในตมเป็นข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) เดิม โดยไม่ต้องสอบแข่งขันเป็นกรณีพิเศษ ปีละ 30 คน
กลไกยกเว้นการสอบแข่งขันเช่นนี้ไม่ได้มีเฉพาะในเพชรในตมเท่านั้น เพราะโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 (ครูคืนถิ่น) ที่คณะรัฐมนตรีเพิ่งเห็นชอบเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ก็มีลักษณะบรรจุครูในพื้นที่ภูมิลำเนาโดยไม่ต้องผ่านการสอบแข่งขันทั่วไปเช่นกัน สิ่งที่ต่างกันจริงคือช่วงเวลา เพราะเพชรในตมได้รับสิทธิ์นี้มาตั้งแต่มติ ครม. ปี 2533 ซึ่งเป็นเวลากว่า 35 ปีก่อนที่ครูคืนถิ่นระยะที่ 2 จะได้รับอนุมัติในลักษณะใกล้เคียงกัน
40 รุ่น 1,179 คน: ตัวเลขที่สะสมมาเกือบ 4 ทศวรรษ
ข้อมูลสถิติที่คณะศึกษาศาสตร์ มศว เปิดเผยแสดงจำนวนนิสิตที่รับเข้าและสำเร็จการศึกษาตั้งแต่รุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 40 ดังนี้
รุ่นที่ 1-22 (ปีการศึกษา 2529-2550): รับปีละ 30 คน โดยจำนวนที่จบจริงในแต่ละรุ่นมีตั้งแต่ 19 ถึง 30 คน สะท้อนว่าไม่ใช่ทุกคนที่เข้าโครงการจะเรียนจบครบตามจำนวนที่รับเข้ามา
รุ่นที่ 23-37 (ปีการศึกษา 2551-2565): ขยับขึ้นเป็นปีละ 45 คน
รุ่นที่ 38-40 (ปีการศึกษา 2566-2568): ขยายเป็นปีละ 161 คน ตามมติคณะกรรมการอำนวยการโครงการ โดยรุ่นที่ 39 และ 40 มีผู้ได้รับคัดเลือกครบ 161 คนเต็มจำนวนทั้งสองรุ่น
เมื่อรวมยอดทั้งหมดตั้งแต่รุ่นที่ 1 จนถึงรุ่นที่ 37 ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว คณะศึกษาศาสตร์ มศว ระบุจำนวนบัณฑิตสะสมไว้ที่ 1,179 คน ซึ่งหมายความว่าทุกวันนี้มีครูที่จบจากโครงการเพชรในตมกระจายตัวอยู่ในโรงเรียนตามหมู่บ้าน อพป. ทั่วประเทศแล้วมากกว่าพันคน ก่อนที่รุ่นที่ 41 และ 42 จะทยอยเพิ่มจำนวนนี้ขึ้นไปอีก
คุณสมบัติผู้สมัครฉบับเต็มจากประกาศทางการ
นอกจากเกณฑ์ที่มักถูกพูดถึง เช่น ภูมิลำเนาในหมู่บ้าน อพป. รายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี และ GPAX ไม่ต่ำกว่า 2.75 แล้ว คณะศึกษาศาสตร์ มศว ยังระบุคุณสมบัติอื่นที่ผู้สมัครต้องมีครบทุกข้อ ได้แก่ การมีสัญชาติไทย มีความประพฤติดีและมีลักษณะผู้นำ โดยต้องมีหนังสือรับรองความประพฤติจากผู้บริหารสถานศึกษา มีสุขภาพกายและใจสมบูรณ์แข็งแรง มีบุคลิกภาพที่เหมาะสมกับวิชาชีพครู ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง และที่สำคัญคือต้องไม่เป็นผู้ที่ยืนยันสิทธิ์หรือรายงานตัวเข้าเป็นนิสิตในสถาบันอุดมศึกษาใด ๆ จาก TCAS รอบที่ 1 ของปีการศึกษานั้นมาก่อน
เงื่อนไขข้อสุดท้ายนี้มีความสำคัญในทางปฏิบัติมาก เพราะนักเรียนที่ยืนยันสิทธิ์ในรอบพอร์ตโฟลิโอไปแล้ว จะหมดสิทธิ์สมัครเพชรในตมในรอบโควตาทันที แม้จะมีคุณสมบัติครบทุกข้อก็ตาม
ภาพรวม: มากกว่า 4 ทศวรรษที่ยังดำเนินต่อเนื่อง
จากเวทีมวยการกุศลในปี 2529 ที่ระดมทุนได้หลักล้านบาทเพื่อประคองโครงการให้อยู่รอด สู่สถานะปัจจุบันที่มีบัณฑิตสะสมเกือบ 1,200 คน และจำนวนรับต่อปีที่ขยายขึ้นกว่า 5 เท่าจากจุดเริ่มต้น เพชรในตมเป็นตัวอย่างของนโยบายผลิตครูเพื่อพื้นที่เป้าหมายที่ดำเนินมายาวนานที่สุดสายหนึ่งของประเทศไทย ก่อนที่แนวคิดใกล้เคียงกันจะถูกนำไปขยายผลในระดับประเทศผ่านโครงการครูคืนถิ่นระยะที่ 2 ในอีกหลายทศวรรษต่อมา
…
แหล่งข้อมูล: หน้าประวัติความเป็นมาโครงการเพชรในตม เว็บไซต์ทางการคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (edu.swu.ac.th) อ้างอิงเอกสาร “ข้อมูลโครงการเพชรในตม” (2566) และ “การบริหารโครงการเพชรในตม” โดย ชำนาญ แสงแก้ว (2541), มติคณะรัฐมนตรีเรื่องโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 ตามรายงานของกรมประชาสัมพันธ์ (prd.go.th) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (mhesi.go.th) — รายละเอียดการรับสมัครรุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570 ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม