เปิดข้อมูลโรงเรียนสายช่างของกองทัพไทย ใช้วุฒิอะไรสมัคร เรียนอะไร มีเบี้ยเลี้ยงไหม จบแล้วมีงานรองรับหรือไม่
ตรวจสอบข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 จากระเบียบการ ประกาศรับสมัคร และเว็บไซต์ทางการของสถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัด
เด็กที่ชอบงานช่างและสนใจชีวิตในเครื่องแบบ มีทางเลือกเรียนสายช่างกับสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องกับกองทัพไทยอย่างน้อย 4 แห่ง แต่ละแห่งผูกพันกับกองทัพต่างระดับกัน บางแห่งให้เบี้ยเลี้ยงและบรรจุเข้ารับราชการ บางแห่งเป็นโรงเรียนอาชีวะที่เรียนจบแล้วต้องหางานเอง สองเรื่องนี้คือสิ่งที่นักเรียนและผู้ปกครองต้องแยกให้ออกก่อนตัดสินใจ
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
- โรงเรียนช่างฝีมือทหาร (กองบัญชาการกองทัพไทย) รับผู้จบ ม.3 ภาคปกติอยู่ประจำ ได้เบี้ยเลี้ยง วันละ 111 บาท จบแล้วทางราชการบรรจุเข้ารับราชการ เงินเดือนขั้นต้น 11,400 บาท แต่มีข้อผูกพันต้องรับราชการ
- โรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ (กองทัพเรือ) รับผู้จบ ม.3 เรียนช่างด้านเรือ 3 ปี จบแล้วบรรจุเป็น พนักงานราชการ ไม่ใช่ข้าราชการ ปีการศึกษา 2569 รับนักเรียนใหม่ 80 คน
- โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. โรงเรียนอาชีวศึกษาที่กรมการขนส่งทหารบกก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2509 ปัจจุบันยังบริหารโดยนายทหารของกองทัพบก รับผู้จบ ม.3 เข้า ปวช. นักเรียนเป็นนักเรียนอาชีวศึกษา จบแล้วประกอบอาชีพหรือเรียนต่อ
- โรงเรียนทหารช่าง (กรมการทหารช่าง กองทัพบก) ฝึกกำลังพลด้านช่างทหาร พลเรือนเข้าได้ทางนักเรียนนายสิบทหารบก ซึ่งต้องใช้วุฒิ ม.6 ปวช. ปวท. หรือเทียบเท่า
ภาพรวม: 4 สถานศึกษา 3 ระดับความผูกพันกับกองทัพ
| สถานศึกษา | ความสัมพันธ์กับกองทัพ | วุฒิที่ใช้สมัคร | สถานะผู้เรียน |
|---|---|---|---|
| โรงเรียนช่างฝีมือทหาร | สังกัดโดยตรง: สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย | ม.3 | ภาคปกติเป็นนักเรียนช่างฝีมือทหาร มีสัญญาผูกพันกับราชการ |
| โรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ | สังกัดโดยตรง: กรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ | ม.3 | นักเรียนช่างของกรมอู่ทหารเรือ จบแล้วบรรจุเป็นพนักงานราชการ |
| โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. | อยู่ในความอุปถัมภ์: ก่อตั้งและบริหารโดยกรมการขนส่งทหารบก | ม.3 (ปวช.) / ปวช. (ปวส.) | นักเรียนอาชีวศึกษา ไม่ใช่นักเรียนทหาร |
| โรงเรียนทหารช่าง | หน่วยฝึกในกองทัพบก: กรมการทหารช่าง | ม.6 / ปวช. / ปวท. (ผ่านนายสิบ ทบ.) | กำลังพลของกองทัพบก |
แห่งที่ 1 โรงเรียนช่างฝีมือทหาร
ข้อมูลพื้นฐาน
- สังกัด: สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย
- ก่อตั้ง: พ.ศ. 2503 (วันสถาปนา 18 มกราคม 2503) จากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรเลีย ภายใต้สนธิสัญญาการป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียอาคเนย์ (สปอ.)
- ที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 30 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
- หลักสูตร: ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 3 ปี ต่อจาก ม.3 ใช้หลักสูตร ปวช. โรงเรียนช่างฝีมือทหาร พ.ศ. 2565
- เว็บไซต์: www.mtts.ac.th
โรงเรียนเปิดรับ 2 ภาคซึ่งมีเงื่อนไขต่างกันมาก ผู้ปกครองต้องเลือกให้ถูกตั้งแต่ตอนสมัคร
| ประเด็น | ภาคปกติ | ภาคสมทบ |
|---|---|---|
| ผู้สมัคร | ชายโสด อายุ 15–18 ปีบริบูรณ์ ณ 1 เม.ย. ของปีที่เข้าศึกษา (ปี 2569 รับผู้เกิด 1 เม.ย. 2551 – 31 มี.ค. 2554) | ชายโสดหรือหญิงโสด อายุไม่เกิน 22 ปี (บุคคลทั่วไป) |
| รูปแบบ | นักเรียนประจำ มีที่พักในโรงเรียน | ไป–กลับ เรียนวิชาทหาร (รด.) วันเสาร์ |
| ค่าใช้จ่ายโดยประมาณตลอดหลักสูตร | 58,755 บาท | 63,040 บาท (ออกค่าใช้จ่ายเองตลอดหลักสูตร) |
| เบี้ยเลี้ยง | วันละ 111 บาท | ไม่มี |
| เมื่อจบ | ทางราชการบรรจุเข้ารับราชการ มีข้อผูกพัน | ไม่มีข้อผูกพันกับทางราชการ ประกอบอาชีพหรือเรียนต่อได้เอง |
สาขาวิชาที่เปิดสอน 7 สาขา
| สาขา | ตัวอย่างสิ่งที่เรียน |
|---|---|
| ช่างซ่อมบำรุงเครื่องจักรกล | ซ่อมบำรุงและติดตั้งเครื่องจักรในโรงงาน ระบบปั๊มและท่อ เครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ |
| ช่างกลโรงงาน | งานกลึง กัด ไส เจียระไน เจาะ งานวัดละเอียด ผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล |
| ช่างเชื่อมโลหะ | เชื่อมอาร์ก เชื่อมแก๊ส เชื่อมมิก งานโลหะแผ่น งานโครงสร้างเหล็ก รวมถึงเชื่อมและตัดใต้น้ำ |
| ช่างยานยนต์ | เครื่องยนต์แก๊สโซลีนและดีเซล ระบบส่งกำลัง ไฟฟ้ารถยนต์ งานเคาะตัวถังและสี |
| ช่างไฟฟ้ากำลัง | ไฟฟ้าภายใน-ภายนอกอาคาร ไฟฟ้าอุตสาหกรรม มอเตอร์ หม้อแปลง |
| ช่างอิเล็กทรอนิกส์ | ระบบสื่อสารโทรคมนาคม ภาพและเสียง กล้องวงจรปิด คอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม |
| ช่างเมคคาทรอนิกส์ | นิวเมติกส์ ไฮดรอลิกส์ ระบบควบคุมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ |
ภาคเรียนที่ 1 นักเรียนทุกคนเรียนพื้นฐานทุกสาขา แล้วเลือกสาขาในภาคเรียนที่ 2 โดยใช้ผลการเรียนภาคเรียนที่ 1 จัดลำดับ
คุณสมบัติผู้สมัครภาคปกติ (ระเบียบการปีการศึกษา 2569)
- จบ ม.3 หรือเทียบเท่า เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00
- เป็นชายโสด อายุ 15–18 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ 1 เมษายนของปีที่เข้าศึกษา
- มีสัญชาติไทย และบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยการเกิด (มีข้อยกเว้นบางกรณีตามระเบียบการ)
- ร่างกายเหมาะสมแก่การเป็นทหาร เช่น อายุ 15 ปี สูงไม่ต่ำกว่า 157 ซม. น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 43 กก. และห้ามมีรอยสัก
- มีผู้ปกครองและผู้ค้ำประกันผู้ปกครองตามสัญญา ผู้ค้ำประกันต้องเป็นนายทหารสัญญาบัตรประจำการ หรือข้าราชการพลเรือนตามระดับที่กำหนด
การสอบคัดเลือก (อ้างอิงกำหนดการปี 2569)
- รับสมัครทางอินเทอร์เน็ตที่ www.mtts.ac.th ระหว่าง 5 ม.ค. – 18 ก.พ. 2569 ค่าสมัครรวม 550 บาท
- สอบวิชาการ 4 วิชา (คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยและสังคมศึกษา) รวม 400 คะแนน เมื่อ 8 มี.ค. 2569 ที่ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์รังสิต
- ผู้ผ่านรอบแรกตรวจร่างกาย (ค่าตรวจ 790 บาท) สอบสัมภาษณ์ และสอบพลศึกษา 4 สถานี ได้แก่ ดึงข้อ ลุกนั่ง ดันพื้น และวิ่ง 800 เมตร
- คิดคะแนนวิชาการร้อยละ 80 และพลศึกษาร้อยละ 20
เบี้ยเลี้ยงและค่าใช้จ่าย (ภาคปกติ)
- ทางราชการจ่ายเบี้ยเลี้ยง วันละ 111 บาท
- ทางราชการจ่ายค่าวัสดุฝึกให้
- มีที่พักในโรงเรียนระหว่างศึกษา
- รักษาพยาบาลฟรี
แม้มีเบี้ยเลี้ยง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายขั้นต้นที่ต้องเตรียม ระเบียบการระบุไว้โดยประมาณดังนี้
| ชั้นปี | ภาคต้น | ภาคปลาย |
|---|---|---|
| ปีที่ 1 | 46,145 บาท | 1,750 บาท |
| ปีที่ 2 | 3,680 บาท | 1,750 บาท |
| ปีที่ 3 | 3,680 บาท | 1,750 บาท |
| รวมตลอดหลักสูตร | ประมาณ 58,755 บาท |
ตัวเลขเป็นการประมาณการของโรงเรียน และอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาวการณ์
เรียนจบแล้วทำงานอะไร
- ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
- ทางราชการจะบรรจุเข้ารับราชการในกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองบัญชาการกองทัพไทย หรือส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหม
- อัตราเงินเดือนขั้นต้นระดับ ป.1 ขั้น 20.5 (11,400 บาท)
- เรียนต่อในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยได้ โดยขออนุญาตหน่วยงานต้นสังกัดที่รับราชการ
ข้อผูกพันที่ต้องรู้ก่อนเซ็นสัญญา
- หากลาออกหรือถูกปลดออกระหว่างศึกษา ผู้ปกครองหรือผู้ค้ำประกันต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ทางราชการตามสัญญา
- คู่มือนักเรียนของโรงเรียนระบุว่าผู้สำเร็จการศึกษาภาคปกติต้องรับราชการไม่น้อยกว่า 2 เท่าของเวลาศึกษา ผู้ปกครองควรอ่านเงื่อนไขในสัญญาฉบับจริงของปีที่สมัครอีกครั้ง
แห่งที่ 2 โรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ
ข้อมูลพื้นฐาน
- สังกัด: กองการศึกษา กรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ
- ชื่อภาษาอังกฤษ: Naval Dockyard Apprentice School
- ที่ตั้ง: 121 หมู่ 5 ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
- โทรศัพท์: 02 475 6958 หรือ 083 074 2524
- เว็บไซต์รับสมัคร: ndas.navy.mi.th
สาขาวิชา 4 สาขา หลักสูตร 3 ปี
- ช่างต่อเรือ
- ช่างการอู่เรือ
- ช่างเครื่องกลโรงงานเรือ
- ช่างไฟฟ้าเรือ
ผู้จบหลักสูตรได้วุฒิเทียบเท่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ตามประกาศรับสมัครของกรมอู่ทหารเรือในปีก่อน ๆ
คุณสมบัติผู้สมัคร (ประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือ รุ่นที่ 32 ปีการศึกษา 2568)
- ชายไทย อายุ 15–18 ปี
- มีผลการเรียนระดับ ม.3 เกรดเฉลี่ย 2.00 ขึ้นไป
- สถานภาพโสด
- ร่างกายสมบูรณ์ ไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.รับราชการทหาร
ปีการศึกษา 2569
- เปิดรับสมัครออนไลน์ระหว่าง 23 ม.ค. – 26 ก.พ. 2569 (ปิดรับสมัครแล้ว)
- วันทำสัญญา 8 เม.ย. 2569 โรงเรียนแจ้งให้เตรียมค่าใช้จ่ายประมาณ 25,000 บาท สำหรับค่าตัดเครื่องแบบ อุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนบุคคล เครื่องนอน ค่าอาหาร ค่าประกันอุบัติเหตุ และค่าตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
- กรมอู่ทหารเรือรายงานว่ามีนักเรียนชั้นปีที่ 1 ใหม่ 80 คน เข้าค่ายปฐมนิเทศเมื่อ 19–21 พ.ค. 2569
สิทธิประโยชน์และเส้นทางหลังจบ
กองทัพเรือประชาสัมพันธ์สิทธิของนักเรียนรุ่นที่ 32 (ปีการศึกษา 2568) ไว้ดังนี้
- จบการศึกษาแล้วจะได้รับการบรรจุเป็น พนักงานราชการ ในส่วนของกรมอู่ทหารเรือ
- มีประกันสังคม ทร. (รักษาฟรี)
- เมื่อบรรจุครบ 6 ปี มีสิทธิสอบบรรจุเป็นข้าราชการทหารชั้นประทวน (จ่าตรี)
- นักเรียนชั้นปีที่ 3 ได้รับสิทธิเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ ตามที่กองทัพเรืออนุมัติ
ข้อควรระวัง
- พนักงานราชการ ไม่ใช่ข้าราชการ การเป็นข้าราชการทหารต้องผ่านการสอบตามเงื่อนไขภายหลัง
- ยังไม่พบเอกสารปี 2569 ที่ระบุอัตราเบี้ยเลี้ยงรายวัน ประกาศปี 2561 ระบุว่าจ่ายเบี้ยเลี้ยงเฉพาะนักเรียนชั้นปีที่ 3 ระหว่างเรียนและฝึกงานตามเกณฑ์ราชการ จึงไม่ควรเข้าใจว่าได้เบี้ยเลี้ยงตลอดหลักสูตร
- ข้อผูกพันและเงื่อนไขชดใช้ ควรตรวจสอบจากประกาศรับสมัครและสัญญาฉบับจริงของปีที่สมัคร
แห่งที่ 3 โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ.
ชื่อ “ขส.ทบ.” ในชื่อโรงเรียนคือ กรมการขนส่งทหารบก ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดโรงเรียนนี้ ประวัติที่โรงเรียนเผยแพร่ระบุว่าที่นี่เป็นโรงเรียนอาชีวศึกษาแห่งแรกของกองทัพบก และตลอด 60 ปีนับจากปี 2509 กองทัพบกเป็นทั้งผู้ก่อตั้ง ผู้ให้ทุนสร้างอาคาร ผู้จัดหาที่ตั้ง และผู้บริหาร
ข้อมูลพื้นฐาน
- ประเภท: โรงเรียนอาชีวศึกษาในความอุปถัมภ์ของกองทัพบก ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ
- ผู้ก่อตั้ง: กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.)
- ที่ตั้ง: พื้นที่คลังแสงกรมสรรพาวุธทหารบก (เดิม) ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
- เว็บไซต์: ate.ac.th
เส้นทาง 60 ปี จากกรมการขนส่งทหารบก
| ปี | เหตุการณ์ (ตามประวัติที่โรงเรียนเผยแพร่) |
|---|---|
| 2509 | พลตรีพล ศิรินทุ อดีตเจ้ากรมการขนส่งทหารบก และคณะนายทหาร เสนอนำรถยนต์ที่ชำรุดและจำหน่ายแล้วของกองทัพบกมาเป็นเครื่องช่วยฝึก กองทัพบกอนุมัติให้ใช้อาคารไม้ในโรงเรียนทหารขนส่งเป็นที่ตั้ง กระทรวงศึกษาธิการอนุมัติเมื่อ 11 พ.ค. 2509 เปิดเรียน 17 พ.ค. 2509 แผนกช่างยนต์ ผู้สมัครราว 1,300 คน คัดเหลือ 88 คน โดยเจ้ากรมการขนส่งทหารบกเป็นเจ้าของโรงเรียนโดยตำแหน่ง |
| ไม่ระบุปี | คณะกรรมการอำนวยการสวัสดิการข้าราชการกองทัพบกมีมติให้แปรสภาพเป็น “โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์” |
| 2515 | ผู้บัญชาการทหารบกอนุมัติเงินกองทัพบก 4,107,000 บาท สร้างอาคารเรียน 3 ชั้น โรงฝึกงาน 2 หลัง และโรงอาหาร |
| 2517 | ผู้บัญชาการทหารบกอนุมัติเงิน 3,609,158 บาท สร้างโรงฝึกงาน 3 หลังและซื้ออุปกรณ์ฝึก |
| 2523–2527 | ได้รับนโยบายจากผู้บัญชาการทหารบกให้ขยายถึงระดับ ปวส. และให้นักเรียนชั้นปีที่ 1 เรียนวิชารักษาดินแดน กระทรวงศึกษาธิการอนุมัติ ปวส. ในปีการศึกษา 2527 |
| 2537 | เปิด ปวส. ช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน โดยอาศัยอุปกรณ์การบินและบุคลากรของกรมการขนส่งทหารบก |
| 2540 | เปิดสอนวิชาชีพให้พลทหารก่อนปลดประจำการ เช่น ซ่อมเครื่องยนต์เล็ก จักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และขับรถยนต์ |
| 2556 | ย้ายมาอยู่ในพื้นที่คลังแสงกรมสรรพาวุธทหารบก (เดิม) ถนนติวานนท์ ปากเกร็ด นนทบุรี |
วันนี้กองทัพบกยังเกี่ยวข้องอย่างไร
หน้าคณะผู้บริหารบนเว็บไซต์โรงเรียนยังแสดงให้เห็นว่าโรงเรียนอยู่ในมือของนายทหารกองทัพบก
- รองผู้บัญชาการโรงเรียนทหารขนส่ง กรมการขนส่งทหารบก ทำหน้าที่ผู้จัดการ
- ผู้อำนวยการกองการศึกษา โรงเรียนทหารขนส่ง ทำหน้าที่ผู้อำนวยการ
- หัวหน้านายทหารการเงินและนายทหารพระธรรมนูญของกรมการขนส่งทหารบก เป็นผู้ชำนาญการด้านการเงินและกฎหมาย
- ผู้บัญชาการศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก ปรากฏในลำดับแรกของคณะผู้บริหาร
- พิธีมอบประกาศนียบัตรมีเจ้ากรมการขนส่งทหารบกเป็นประธาน
หลักสูตรที่เปิดสอน
| ระดับ | สาขาวิชา |
|---|---|
| ปวช. (รับผู้จบ ม.3) | ช่างยนต์, ช่างไฟฟ้ากำลัง, ยานยนต์ไฟฟ้า, เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล |
| ปวส. | เทคนิคเครื่องกล, ไฟฟ้ากำลัง, ช่างอากาศยาน, เทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า, เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล |
| ปวส. ทวิภาคี | เทคนิคเครื่องกล, ไฟฟ้ากำลัง |
จุดเด่นที่มาจากรากของกรมการขนส่งทหารบกคือสายยานยนต์และอากาศยาน ซึ่งโรงเรียนอาศัยเครื่องช่วยฝึก อุปกรณ์ และบุคลากรของหน่วยมาตั้งแต่ต้น ผู้เรียนจบมีเส้นทางไปเป็นช่างซ่อมรถยนต์ ช่างไฟฟ้า ช่างเทคนิคเครื่องกล และสำหรับผู้เรียน ปวส. ช่างอากาศยาน ไปสู่งานซ่อมบำรุงอากาศยาน
ทั้งนี้ นักเรียนของโรงเรียนเป็นนักเรียนอาชีวศึกษา ไม่ใช่นักเรียนทหาร เส้นทางหลักหลังจบจึงเป็นการประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อ ผู้ที่ต้องการรับราชการทหารต่อสามารถใช้วุฒิ ปวช. สมัครสอบนักเรียนนายสิบทหารบกได้ สำหรับค่าเล่าเรียน คุณสมบัติผู้สมัคร และกำหนดการรับสมัครแต่ละปี สอบถามได้ที่โรงเรียนโดยตรง
แห่งที่ 4 โรงเรียนทหารช่าง
ข้อมูลพื้นฐาน
- สังกัด: กรมการทหารช่าง กองทัพบก
- ภารกิจ: ฝึกอบรมกำลังพลด้านช่างทหาร เช่น งานก่อสร้าง สะพาน และวิศวกรรมทหาร
- ผู้เรียน: กำลังพลของกองทัพบก ไม่ได้เปิดรับบุคคลทั่วไปเข้าเรียนโดยตรง
พลเรือนจะเข้าสายช่างทหารบกได้อย่างไร
เส้นทางหลักของพลเรือนคือสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก แล้วเรียนวิชาของเหล่าต่อในโรงเรียนเหล่าสายวิทยาการ
- คุณสมบัติรอบปีงบประมาณ 2570: วุฒิ ม.6 (สายสามัญ) ปวช. ปวท. หรือเทียบเท่า
- เป็นชาย และต้องอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ในปีที่เข้าเรียน
- เปิดรับทั้งพลเรือนและทหารกองประจำการ
ข้อควรระวัง
- ผู้จบ ม.3 สมัครเส้นทางนี้ไม่ได้ ต้องเรียนจนได้วุฒิ ม.6 หรือ ปวช. ก่อน
- ผู้จบ ปวช. จากภาคสมทบของโรงเรียนช่างฝีมือทหาร หรือจากช่างกล ขส.ทบ. มีวุฒิพอสมัครได้ ส่วนผู้จบภาคปกติของโรงเรียนช่างฝีมือทหารต้องปฏิบัติตามข้อผูกพันรับราชการก่อน
- การเลือกเหล่าและจำนวนอัตราเหล่าทหารช่างในแต่ละปี ต้องตรวจสอบจากประกาศรับสมัครของกรมยุทธศึกษาทหารบกฉบับจริง
เปรียบเทียบ 4 สถานศึกษา
| ประเด็น | ช่างฝีมือทหาร (ภาคปกติ) | ช่างกรมอู่ทหารเรือ | ช่างกล ขส.ทบ. | ทหารช่าง (ผ่านนายสิบ ทบ.) |
|---|---|---|---|---|
| ความสัมพันธ์กับกองทัพ | สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย | สังกัดกรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ | กองทัพบกอุปถัมภ์ บริหารโดยกรมการขนส่งทหารบก | สังกัดกรมการทหารช่าง กองทัพบก |
| วุฒิที่ใช้สมัคร | ม.3 (ชายโสด 15–18 ปี) | ม.3 (ชายไทยโสด 15–18 ปี) | ม.3 สำหรับ ปวช. | ม.6 / ปวช. / ปวท. (ชาย อายุ 18 ปีขึ้นไป) |
| วุฒิที่ได้ | ปวช. | เทียบเท่า ปวช. | ปวช. / ปวส. | ตามหลักสูตรนักเรียนนายสิบ |
| เบี้ยเลี้ยง | วันละ 111 บาท | ยังไม่พบอัตราปี 2569 | สอบถามโรงเรียน | ตามสิทธิของนักเรียนนายสิบ |
| ที่พัก | มี (นักเรียนประจำ) | ไม่พบเอกสารปี 2569 ยืนยัน | สอบถามโรงเรียน | ตามประกาศรับสมัคร |
| หลังจบ | บรรจุเข้ารับราชการ เงินเดือน 11,400 บาท | บรรจุเป็นพนักงานราชการ ครบ 6 ปีสอบเป็นจ่าตรีได้ | ประกอบอาชีพหรือเรียนต่อ | ข้าราชการทหารชั้นประทวน |
| ข้อผูกพัน | มี ต้องรับราชการตามสัญญา | ตรวจสอบจากสัญญาปีที่สมัคร | ไม่มีข้อผูกพันกับราชการ | ตามสัญญานักเรียนนายสิบ |
คำแนะนำสำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง
- ตรวจวุฒิที่ใช้สมัครของแต่ละแห่งก่อน เพราะบางเส้นทางรับ ม.3 บางเส้นทางต้องจบ ม.6 หรือ ปวช.
- แยกให้ชัดระหว่าง “มีเบี้ยเลี้ยง/เรียนแทบไม่เสียเงิน” กับ “จบแล้วได้บรรจุ” เพราะแต่ละแห่งต่างกันมาก
- คำว่า “กองทัพบกอุปถัมภ์” บอกว่ากองทัพบกก่อตั้งและดูแล แต่ไม่ได้แปลว่านักเรียนได้สิทธิแบบนักเรียนทหาร
- อ่านสัญญาและข้อผูกพันก่อนลงนามทุกครั้ง เพราะการลาออกกลางคันอาจต้องชดใช้เงิน
- โรงเรียนช่างฝีมือทหารและโรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ ในปีที่ผ่านมาเปิดรับสมัครช่วงมกราคม–กุมภาพันธ์ (บางปีขยายถึงต้นมีนาคม) ควรติดตามประกาศปีการศึกษา 2570 จากเว็บไซต์ทางการ
แหล่งข้อมูล
- ระเบียบการรับสมัครนักเรียนช่างฝีมือทหาร ภาคปกติ ปีการศึกษา 2569
- ระเบียบการรับสมัครนักเรียนช่างฝีมือทหาร ภาคสมทบ ปีการศึกษา 2569
- วิกิพีเดีย: โรงเรียนช่างฝีมือทหาร (วันสถาปนา)
- ระบบรับสมัครโรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ
- ประชาสัมพันธ์กองทัพเรือ: รับสมัครนักเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ รุ่นที่ 32 ปี 2568
- กรมอู่ทหารเรือ: นักเรียนช่างชั้นปีที่ 1 ใหม่ 80 คน เข้าค่ายปฐมนิเทศ (พ.ค. 2569)
- ประกาศรับสมัครนักเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ ปี 2561 (สาขาวิชาและเบี้ยเลี้ยง)
- เว็บไซต์โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. (รวมหน้าประวัติโรงเรียน)
- โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ.: แผนกและหน่วยงาน
- โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ.: ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
- คุณสมบัตินักเรียนนายสิบทหารบก ปีงบประมาณ 2570
- ประวัตินักเรียนนายสิบเหล่าทหารช่าง
